วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551

การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู


หลังจากที่ดิฉันได้ไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 3 ที่โรงเรียนวัดหัวอิฐเป็นเวลาหนึ่งเดือนก็ทำให้ดิฉันได้รับความรู้และประสบการณ์อย่างมากมายทั้งงานในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ งานในด้านการสอนและงานในฝ่ายงานต่างๆที่ครูจะต้องทำ ดิฉันและเพื่อนๆต่างก็ทำหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ช่วยเหลืองานของอาจารย์พี่เลี้ยง และงานของทางโรงเรียน ทำให้ดิฉันต้องรับผิดชอบมากขึ้นและตรงต่อเวลา นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาฝึกประสบการณ์ในครั้งนี้

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2551

This month,I go to observe at Wat Hauit School. The first time, I went there I felt exited.
Teachers in Wat Hauit School are very kind.They took care us.I thought I was lucky.
There are 14 students to observe in this school. 3 English Program students.
We helped teachers decorate Sound lab room. We planed to do Learning plan with the teacher. She advised us. I taught about colour, shape and size to students in Pratom 4.
It's a best experience.

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Learning Log


ทักษะการพูดเป็นอีกทักษะหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและในการจัดกิจกรรมเพื่อที่จะให้การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและน่าสนใจ และนี่คือตัวอย่างกิจกรรมที่จะมาพัฒนาการสอนให้ดีขึ้น
เทคนิคการสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษ (Speaking Skill)
การสอนภาษาทุกภาษา มีธรรมชาติของการเรียนรู้เช่นเดียวกัน คือ เริ่มจากการฟัง และการพูด แล้วจึงไปสู่การอ่านและการเขียน ตามลำดับ จุดมุ่งหมายของการพูด คือ การสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วยการพูดอย่างถูกต้องและคล่องแคล่ว ครูผู้สอนควรมีความรู้และความสามารถอย่างไร จึงจะสามารถจัดการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะการพูดให้แก่ผู้เรียนได้อย่างสอดคล้องกับระดับและศักยภาพของผู้เรียน
กิจกรรมการเรียนการสอนครูให้นักเรียนเล่นเกมส์ทดสอบความจำ 3 ขั้น คือ ( มีกฎอยู่ว่าห้ามจดบันทึกไว้ )ขั้นที่1: ครูปิด/ลบ ( ในกรณีถ้าเขียน ) คำศัพท์บางคำทีละบรรทัด เช่น'What are you doing this evening?ครูปิด/ลบคำว่า “What ” ให้นักเรียนยกมือตอบ ใครตอบถูกก่อนจะได้สะสมคำละ1แต้ม ครูแจกกระดาษให้นักเรียนประเมินตนเอง โดยเมื่อตอบตอบถูกครูจะเดินไปติดสติกเกอร์ให้ 1 แต้ม (ในกระดาษประเมินตนเองของนร. )
ขั้นที่2: ครูให้นักเรียนหา partner จากนั้นครูปิด/ลบ ทีละประโยค นักเรียนคู่ใดยกมือขึ้นก่อนและตอบถูก จะได้แต้มอีกคู่ละ 1 แต้ม ( ครูให้ใบประเมินคู่ละ 1 ใบอีก คู่ใดตอบถูกก็จะได้สะสมครั้งละ 1 แต้มเช่นเดิม )
ขั้นที่3: ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 3 – 4 คนครูดึงแผ่นช๊าตบทสนทนาออทั้งหมด จากนั้น ครูให้กระดาษเปล่ากลุ่มละ 1 ใบ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนบทสนทนาที่สมบูรณ์ขึ้นมา อีกครั้ง ครูให้เวลา 5 นาที ( ครูให้ใบประเมินกลุ่ม โดยเมื่อนักเรียนกลุ่มใดสามารถจำบทสนทนา ทั้งหมดจะได้แต้ม 3 แต้ม จำได้ไม่หมดก็จะลดลงเป็น 2 จนถึง 1 ตามลำดับ )ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม : ครูควรมอบรางวัลแก่นักเรียนที่ได้แต้มมากที่สุดเรียงตามลำดับกิจกรรม 1-3( โดยดูจากใบประเมินคะแนนที่ครูเก็บจากนักเรียน ) พร้อมทั้งครูแจกใบความรู้ที่1ให้นักเรียนฝึกกันถาม-ตอบบทสนทนากับpartner
Story in a bag( เรื่องราวในกระเป๋า)
ระดับผู้เรียน : นร.ชั้นมัธยมต้นขั้นเตรียมก่อนเรียนครูวัตถุประสงค์กระดาษลงในกระเป๋า 5 – 6 ข้อความซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ ที่จะสุ่มใช้ในการสอน โดยใช้กระเป๋า 1 ใบกับนักเรียน 4 กลุ่ม ให้นักเรียนคิดกิจกรรมที่น่าสนใจขึ้นมา ให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ครูกำหนดให้ ซึ่งวัตถุประสงค์ควรจะมีความหลากหลาย ผู้อื่นไม่สามารถจะเดาได้ เป็นการรวมสิ่งที่เป็นนามธรรมและเป็นรูปธรรมเข้าด้วยกันตัวอย่าง สิ่งของในกระเป๋า ได้แก่1.ไปรษณียบัตรจากสิงคโปร์ 2. ที่เปิดฝาภาชนะ3. เทียนไข 4.หน้ากากศัลยกรรม5.ใบปลิวละครตุ๊กตาหมีกิจกรรมการเรียนการสอนนักเรียนแต่ละกลุ่มเปิดกระเป๋า อ่านวัตถุประสงค์ที่กำหนดและคิดค้นเรื่องขึ้นจากวัตถุประสงค์ทั้งหมดในกระเป๋าที่ครูกำหนดให้ ซึ่งเรื่องของนักเรียนแต่ละเรื่องจะกลายมาเป็นเรื่องที่มีความซ้ำซ้อนและสร้างสรรค์ ตามวัตถุประสงค์แต่ละขั้นตอนที่ครูกำหนดให้ตัวอย่างของวัตถุประสงค์ข้างต้นในตอนเช้าของวันหนึ่ง Shelley ได้รับไปรษณียบัตรของเพื่อนเก่าจากวิทยาลัย เธอมีชื่อว่า Louise ไปรษณียบัตรนั้นเป็นไปรษณียบัตรจากประเทศสิงคโปร์ และข้อความภายในนั้น Louise ได้เขียนชวน Shelly ให้ไปประเทศสิงคโปร์ Shellyบินไปประเทศสิงคโปร์เพื่อพบกับ Louise ในคืนแรกพวกเขาไปดูละครท้องถิ่นที่เป็นเรื่องของการฆาตกรรม ความลี้ลับ หลังจากที่ละครท้องถิ่นเรื่องนั้นจบ Louiseมีความรู้สึกกลัวไม่กล้าที่จะเดินกลับบ้านของเธอคนเดียว ดังนั้นShellyจึงไปส่งเธอที่บ้าน เมื่อพวกเขาไปถึงบ้าน Louise ก็พยายามที่จะเปิดไฟ แต่เผอิญว่า ไฟฟ้าดับ เธอจึงจุดเทียนให้สว่างแทนกิจกรรมเสนอแนะ1. ครูสร้างสถานการณ์ ให้มีความเงียบสงบ ตัวอย่างเช่น กรณีที่ครูคนหนึ่งไปพบศพที่ข้างโต๊ะ ซึ่งเป็นศพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งถูกขโมยเพชรจากหัวเตียงนอนของเธอ2. นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายในกระเป๋าของพวกเขา อันเป็นเบาะแสของอาชญากรรมที่สามารถทราบได้จากการสอบสวน รายละเอียดของแต่ละกลุ่มจะเกี่ยวกับเรื่องของอาชญากรรม พร้อมทั้งยกตัวอย่าง
Getting teenagers talking
ระดับนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย( ช่วงชั้นที่ 3, 4 )
สื่อ/อุปกรณ์- ของรางวัลเช่น ผลไม้ ขนม คุ้กกี้ ดินสอ- วีดีโอ- รูปกิ่งไม้กิจกรรมการเรียนการสอนมี 2 แนวทางที่ครูควรส่งเสริมให้วัยรุ่นได้ใช้ภาษาอังกฤษภายในห้องเรียนให้มากที่
) การรับสินบนกลอุบายในหนังสือ- ความคิดพื้นฐาน/ง่ายๆ คือการมีรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับนักเรียน เมื่อนักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้พอสมควร ครูอาจจะให้นักเรียนฝึกพูดให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อที่ครูจะได้ทำการประเมินความคืบหน้าของนักเรียนได้ตัวอย่างรางวัลที่ครูควรนำมาใช้ในการเสริมแรง- ผลไม้เล็กๆสามารถทำให้ประหลาดใจได้- ขนมและคุกกี้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ- ดินสอและยางลบสามารถใช้ในงานอื่นได้- คะแนนหรือการมอบรางวัลในคาบ หากนักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างดี หลังจากนั้นครูอาจจะให้นักเรียนดู วีดีโอ 10 นาที, ฟังเพลงและเล่นเกมส์ภาษาอังกฤษโดยให้นักเรียนเลือกเอง
2) การทายตัวอักษรระหว่าง 2 คนเป็นแนวทางอีกอย่างหนึ่งในการให้คะแนนการพูดภาษาอังกฤษแก่นักเรียน กิจกรรมนี้สามารถช่วยให้ครูได้รู้ว่านักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงใด-บางเวลาที่นักเรียนทำผิด นักเรียนไม่เข้าใจ ครูจะชี้แนะโดยใช้รูปแบบของสื่อ เป็นรูปกิ่งไม้ชี้แจงเกี่ยวกับการทายตัวอักษรระหว่างคน 2 คน-ถ้ากิจกรรมนี้สมบูรณ์แต่นักเรียนไม่พร้อม พวกเขาจะจัดการกิจกรรมเอง- การใช้เทคนิคนี้อย่างละเอียดรอบคอบจะคำนึงถึงผลที่ตามมาเสมอ
3) สิ่งที่เพิ่มเติมในเวลาพัก3.1 เป็นเวลาที่ใช้กิจกรรมในการต่อรองราคาเวลาซื้อของ เป็นการเริ่มต้นของคาบนี้ ใช้เวลา 5 นาที นักเรียนพูดโดยใช้ภาษาของตัวเขาเอง อย่างไรก็ตามถ้าเขาใช้เวลามากเกินไป คาบต่อไปเวลาเรียนจะลดลง แต่พวกเขาได้ใช้ทักษะพูดอย่างเต็มที่3.2 ครูต้องเพิ่มเวลาออกไปอีก แล้วแต่ครูกำหนด แต่ถ้ามันตรงประเด็นก็จำเป็นต้องเพิ่มเวลา3.3 แนวทางอื่นๆ อาจใช้เทคนิคนี้ให้เขาใช้เวลาอย่างเต็มที่ เขาสร้างเรื่องจริงขึ้นมาได้โดยใช้ภาษาอังกฤษในการพูด3.4 ครูอาจจะเช็คคะแนนไว้ในกระดาน เพื่อหลีกเลี่ยงการโต้แย้งและเตือนความจำของพวกเขา เกี่ยวกับความก้าวหน้าของพวกเขา
4) ข้อเสนอแนะผู้ที่พูดไม่ถูกต้องนั้นจะไม่ได้รับรางวัล แต่ผู้ที่พูดได้อย่างถูกต้องนั้นจะได้รับรางวัลในที่นี้รางวัลอาจจะเป็นเหรียญหรือถ้วยรางวัล
Interview the Experts( สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ)
ระดับนักเรียน:มัธยมต้นสื่อการเรียนรู้- บทสนทนาขั้นเตรียม
1.ครูให้นักเรียน 3คนนั่งหน้าห้อง เพื่อสำรวจความถนัดของตนเองในแต่ละด้าน
2.นักเรียนแต่ละคนคิดหาความชำนาญของตนเองกระบวนการ1.ครูปล่อยให้เด็กคิดหากิจกรรมเองที่เด็กคิดว่าตนเองถนัด ความถนัดนั้นมีหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้าน การทำอาหาร การดูแลรักษารถ การดูแลต้นไม้ แม้กระทั่งในเรื่องเพศศึกษาที่เด็กจะต้องเรียนรู้2.เด็กจะต้องหาคำถามให้กับตัวเองเกี่ยวกับความถนัดของตน
3.ครูเตรียมคำตอบให้เด็กด้วยในขณะเดียวกันครูก็ต้องเอาประเด็นที่เด็กสนใจที่สุดเอาให้เด็กสนทนาขั้นฝึก1.เด็กพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองชอบ หรือสนใจแลกเปลี่ยนกับเพื่อน เช่นบางคนชอบทางด้านแฟชั่นด้านการแต่งตัวตามสมัยนิยม เด็กก็สามารถเอาหัวข้อสนทนานี้มาคุยกันกับเพื่อนโดยอาจจะตั้งคำถามได้ คือ-เสื้อผ้าที่ชอบเป็นเสื้อผ้าลักษณะไหน-ชอบสีอะไรตัวอย่างเช่นA: เสื้อผ้าสีอะไรที่เป็นที่นิยมในปีหน้าB: ฉันคิดว่าน่าจะเป็นสีฟ้าไม่พลาดแน่นอนคำถามที่ใช้ในการสนทนานั้นจะต้องเป็นคำถามพื้นฐานก่อน ใช้คำถามง่ายๆในการแลกเปลี่ยนกันกับเพื่อนเพราะการที่เริ่มจากคำถามง่ายๆจะทำให้คู่สนทนาของเราไม่เกิดความเครียด ช่วยให้ทั้งคู่สนทนาผ่อนคลายด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Learning Log

Task Based Learning คือ การจัดการเรียนรู้โดยผ่านกิจกรรม เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยงาน ในการจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้มีจุดประสงค์ที่ดีที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดแนวคิด ทักษะ ทำความเข้าใจร่วมกันในกลุ่มและสื่อออกมาในลักษณะภาษาของผู้เรียนเอง ผู้จัดการเรียนรู้หรือผู้สอนจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของผลของการจัดกิจกรรม ว่าตรงตามจุดประสงค์หรือไม่ ถ้ายังไม่ถูกต้องหรือยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ผู้จัดการเรียนรู้หรือผู้สอนต้องจัดให้ผู้เรียนมีการค้นคว้าให้ถูกต้องหรือชัดเจนยิ่งขึ้น และเมื่อผู้เรียนเกิดความเข้าใจร่วมกัน แสดงว่า ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ใหม่ขึ้น ถือว่าประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้ สำหรับกิจกรรมที่สามารถใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ โปสเตอร์ โปรชัวน์ วีดีโอ ในด้านของผู้สอน ผู้สอนมีหน้าที่ในการกำหนดกิจกรรม ในลักษณะปลายเปิด เช่น มีรูปภาพให้นักเรียน 3 ภาพ คือ ทะเล ก้อนหิน คน แล้วให้นักเรียนแต่งเรื่องจากภาพทั้ง 3 ภาพเป็นภาษาอังกฤษ นักเรียนจะเกิดความคิดและจินตนาการที่แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ แนวคิดหรือทักษะหลักๆ และเป็นการฝึกฝนความรู้รวมทั้งทักษะในลักษณะสร้างสรรค์ และการที่จะประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้โดยผ่านกิจกรรมนั้น ความมีส่วนร่วมของผู้เรียนมีความสำคัญอย่างมาก ผู้เรียนต้องมีส่วนร่วมและร่วมมือทำกิจกรรมสร้างสรรค์นั้นอย่างเต็มใจ โดยจะสะท้อนให้เห็นจากประสบการณ์ระหว่างการทำกิจกรรม

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Learning Log

ดิฉันสนใจเรื่องแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร(Communicative Approach) เป็นการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้ ซึ่งมุ่งเน้นความสำคัญของตัวผู้เรียนเป็นกลัก มีการจัดลำดับการเรียนรู้เป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด โดยเริ่มจากการฟังไปสู่การพูด การอ่าน การจับใจความสำคัญ การทำความเข้าใจ การจดจำ แล้วนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้
ผู้เรียนจะสามารถเรียนได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจเป็นสำคัญ นอกเหนือจากนั้นจะต้องมีความเข้าใจหลักภาษาที่นำมาใช้ในการวางรูปประโยคให้ได้ด้วย การสอนภาษาต่างประเทศในปัจจุบัน ได้หันมายึดแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารมากขึ้น โดยมีการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อมุ๋เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกการใช้ภาษาในสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ และยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างไวยกรณ์
แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร
1. เป้าหมายของการสอนเน้นไปที่องค์ประกอบทั้งหมดของทักษาการสื่อสาร ไม่จำกัดอยู่ภายในกรอบของเนื้อหาภาษาหรือไวยกรณ์
2. เทคนิคทางภาษาได้รับการออกแบบมา เพื่อนำผู้เรียนไปสู่การใช้ภาษาอย่างแท้จริง
3. ความคล่องแคล่วและความถูกต้อง เป็นหลักการเสริมอยู่ภายใต้เทคนิคการสื่อสาร
4. ผู้เรียนจะต้องใช้ภาษาได้อย่างมีความเข้าใจและสร้างสรรค์ ภายในบริบทที่ไม่เคยมีการฝึกมาก่อน

ขั้นตอนการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน
1. ขั้นการนำเสนอเนื้อหา (Presentation) ในขั้นนี้ครูจะให้ข้อมูลทางภาษาแก่ผู้เรียน ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นการเรียนรู้ มีการนำเสนอเนื้อหาใหม่
2. ขั้นการปฏิบัติ (Practice) ในขั้นนี้ครูจะให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้ภาษาที่เพิ่งจะเรียนรู้ใหม่จากการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะของการฝึกแบบควบคุมหรือชี้นำ (Controlled Practice/Directed Activities) โดยมีครูผู้สอนเป็นผู้นำในการฝึกแบบค่อยๆปล่อยให้ทำเองมากขึ้น
3. ขั้นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (Production) ถือเป็นขั้นที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะการฝึกใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารเปรียบเสมือนการถ่ายโอนการเรียนรู้ภาษาจากสถานการณ์ในชั้นเรียนไส่การนำภาษาไปใช้จริงนอกชั้นเรียน
การฝึกใช้ภาษาในลักษณะ 3 ขั้นตอนนี้ มีประโยชน์ในแง่ที่ช่วยให้ครูผู้สอนได้รู้ว่าฝู้เรียนมีความเข้าใจและเรียนรู้ภาษาไปแล้วมากน้อยเพียงใด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามความต้องการขอลตนเองได้แค่ไหน เพราะการที่ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้อย่างอิสระ ภายใต้สถานการณ์ต่างๆที่พบในชีวิตจริงนั้น ถือว่าผู้เรียนได้เรียนรู้แล้วอย่างแท้จริง

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Learn Log 2

ในการเรียนการสอนในรายวิชา หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ในเรื่องวิธีการสอนต่างๆที่มีความหลากหลายและสามารถนำมาใช้ได้จริงในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่เด็ก และสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ คือหลักสูตรสถานศึกษา (School Based Curriculum) ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และสิ่งที่นักศึกษาควรเรียนรู้อีกอย่าง คือ มาตรฐานการเรียนรู้(Standard Based Curriculum)
การจัดการเรียนการสอนต้องให้เด็กเรียนรู้เองและทำกิจกรรมให้เยอะ โดยที่ครูเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม และต้องมีความคิดแบบ Creative อีกทั้งต้องคิดแบบมีวิจารณญาณ
Creative Thinking การคิดสร้างสรรค์
Criticat Thinking การคิดแบบวิจารณญาณ---Reasening การให้เหตุผล

ในอดีตเราจะเห็นว่าการสอนของครูจะเป็นการสอนแบบเดิมๆ ครูไม่ค่อยสนใจนักเรียน สอนง่ายๆ สบายๆ ซึ่งเป็นการสอนที่ไม่ได้ทำให้เด็กรู้จักคิดด้วยตนเอง
ส่วนในการประเมินจะต้องมีการประเมินต่อเนื่อง และประเมินขั้นตอน (Formative Assessment)
และมีการประเมินตอนท้าย (Summative)

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Learning Log

ในวันนี้ดิฉันได้เรียนเกี่ยวกับการสอนทักษะทั้ง4 ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยกลุ่มของดิฉันก็ได้หาเรื่องกิจกรรมเกี่ยวกับทักษาะการเขียน และอาจารย์ได้ให้ไปหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้ can, could และmay, might
ซึ่งดิฉันก็ได้หามาได้ดังนี้
can could แปลว่า "สามารถ"

1.ใช้กล่าวถึงความสามารถว่าสามารถทำสิ่งนี้สิ่งนั้นได้เช่น
I can speak French.
ในรูปประโยคปฎิเสธและคำถามสามารถใช้ can ได้เช่นShe can't drive.
2.เราจะไม่ใชั can กับ infinitive หรือ participles แต่เมื่อจำเป็นเราจะใช้คำอื่นแทนเช่น
Are you be able to go home late?
3.could เป็น past ของ can เราใช้ could สำหรับความสามารถทั่วไป หรือการอนุญาตเช่น
She could speak three languages when she was five.
3. เราใช้ can และ could
3.1 กับความสามารถ (ability) I can use a computer.

3.2 การขอหรือการให้อนุญาตCan I use your bicycle?
You can leave early today.
แต่ถ้าเป็นแบบสุภาพหรือเป็นทางการเราจะใช้ could
เช่นCould you hand me that book,please?
3.3 การขอร้อง (requests)
Can you .... ?could you...? สุภาพกว่า
Do you think you could...?
can you take this bag?
Could you loan a hundred baht?
Do you think you could help me move this box?
3.4 เสนอตัวเพื่อช่วยเหลือ (offers) เช่นCan I turn the air on for you ?
3.5 พูดถึงความเป็นไปได้และคาดคะเนในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (possibility and probability)ใช้ can กับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ เช่น
This road can be dangerous at night.

may might

1.ใช้กับการพูดถึงการมีโอกาสของบางสิ่งบางทีอาจเป็นจริงหรืออาจจะเกิดขึ้นเช่น
We may take a day off next week.

He might call me tonight.
2. might ไม่ได้เป็น past ของ may เราจะใช้ might เมื่อเรามีโอกาสที่น้อยกว่า may เช่น
I may go to visit my parents in this weekend. (บางทีโอกาสจะเป็น 50%)Jane might go with me. (บางทีโอกาสจะเป็น 30% )
3.การใช้ may/might กับ have ใช้แสดงการคาดคะเนที่อาจจะเกิดขึ้นในอดีต

may/might + have +V3She may have gone out when I phoned her.
A: I can't find my book.B:You might have left it at school.
4. ใช้ may might ในการขออนุญาตเช่น
May I sit here?I wonder if I might have another cup of coffee?
5. ใช้ may ในการอนุญาตและไม่อนุญาตเช่นChildren may not play alone in the pool.
A: May I turn the TV on?
B: Yes, of course you may.
ดิฉันได้รู้เรื่อง การใช้ can และcould มากขึ้นโดย can นอกจากจะแปลว่าสามรรถแล้วยังใช้ในประโยคการขออนุญาตอีกด้วย แต่การใช้ could จะสุภาพมากกว่า